อ่านย้อนหลัังทริป 2011 Day 1 | 2 | 3 | 4
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ทริปปี 2010 ใช้อ่านประกอบกันได้ เพราะมีบางที่ๆคราวนี้ไม่ได้ไป กดตามลิงค์ด้านล่างได้เลย
Day 1 | 2 | 3 | 3.2 | 4 | 5 | 6 | 7,8
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
มาเขียนบันทึกทริปต่อวันที่5ครับ
ก่อนอื่นก็สวัสดีปีใหม่ทุกๆก่อนเลยครับ ความสุขมีได้ทุกขณะจิตครับ:)
วันที่ 5 นี้จะไปรอบนอกนิดนึง คือแถบที่ยื่นออกไปจากสถานี Shibuya ก็จะมี
Daikanyama, Jiyugaoka, Naka-Meguro แล้วอีกที่จะเป็น Tokyo Tower
ซึ่งสามย่านด้านบนจะเป็นสไตล์ เนียนๆ เดินสบายๆ ช้าๆ มีเวลามากพอให้ใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ ระหว่างทาง
(เหมาะจะเอามาเป็นวันเบรคหลังจากการเดินแบบจริงจังมานะ
)
เช้าวันนี้ประหยัดค่าอาหารเช้าก่อน กินข้าวปั้นที่ซื้อไว้จากLawsonเมื่อคืนนี้
จืดๆ แต่พอได้ การกินแบบนี้เป็นมื้อเช้าช่วยประหยัดได้เยอะพอดูเลย
วิวจากหน้าต่างห้อง ชั้น4
ออกเดินทางช่วงสายๆ ด้วยการนั่ง JR ไป Shibuya และไปต่อสาย Tokyu Toyoko (จะง่ายมากขึ้นถ้าใช้พวกบัตรสะดวกผ่าน Pasmo, Suica)
อากาศดี เหมาะแก่การเดินเล่นเรื่อยเปื่อย
วิวด้านนอกประมาณนี้...
นั่งสาย Tokyu Toyoko ออกไปถึงปลายสายของทริปเราก่อน ก็คือ Jiyugaoka แล้วค่อยไล่ย้อนกลับมาฝั่ง Shibuya
เอาล่ะ ถึงสถานี Jiyugaoka แล้ว
ย่านนี้จะเด่นพวกร้านขนม สไตล์ฝรั่งเศส ร้านเค้กอะไรแบบนี้จะเยอะหน่อย
แล้วสำหรับคนชอบกล้องทอยก็มีร้านดังๆเช่น Popeye Camera ด้วย (แต่คราวนี้ไปแล้วปิด แต่จากที่เคยได้มาครั้งนึง คิดว่าของแต่งเยอะจริง แต่ราคาพอตัว ซื้อกล้องไปเลยคุ้มกว่า เพราะถูกกว่าเยอะ)
เงียบๆ เอื่อยๆ แต่จะมีร้านต่างๆ แฝงตามระหว่างทาง
ร้านของเล่น ของจุ๊กจิ๊ก
สวนแบบนี้น่ารักดี อยากทำที่บ้านบ้าง
คนไม่ค่อยมีหรอก เพราะเราไปเร็ว ปกติคนจะเยอะหน่อยตอนช่วงเย็นๆ
ร้าน
Cibone เป็นร้านของใช้ ของแต่งบ้าน สวยๆ เน้นดีไซน์เป็นหลัก และมีหลายหมวดให้เลือกดูเลือกช้อป
ชอบมุมนี้มาก เสปซน่าทำเป็นบ้านเหลือเกิน

ชั้นล่างนี้จะเน้นพวกของจุ๊กจิ๊ก เก๋ๆ เท่ๆ เครื่องเขียน ของใช้หลายหลายกันไป
ปฏิทินของ
DBros ก็มีขายด้วย
ชั้นสอง จะเน้นไปที่เฟอร์นิเจอร์ และของแต่งบ้าน
เนียนตาไปหมด
เดินไปเรื่อยๆ ด้วยความเร็วหอยทาก
ร้านสารพัดของกุ๊กกิ๊ก ถ้วยชามกาน้ำอะไรแบบนั้น
ร้านสวยๆ ระหว่างทาง
น่ารักดี
ร้านเครื่องเขียนเท่ๆ อยู่ชั่นใต้ถุน
ด้านขวามือในรูป จะเป็นตึกรวมช๊อปต่างๆไว้เช่น Marimekko
Marimekko อยู่ชั้นสอง ของสูสีกับสาขา Omotesando
อันนี้หน้าร้าน
Popeye Camera ที่บอกไปข้างต้น เป็นวันที่ปิดพอดี เสียดายนิดๆ
เดินมาอีกฝั่งนึง เพื่อไปสู่ Green street
ข้ามทางรถไฟไป
ก็จะเจอกับ Green Street แห่งนี้
เป็นถนนที่มีทางเดินสองฝั่ง ที่นั่งตรงกลาง และต้นไม้ร่มรื่น สวยมากๆ
ถ้าให้เลือกอยู่อาศัยที่โตเกียว ก็จะเลือกที่นี่ก่อนเลยไม่ต้องสงสัย
อากาศก็เย็นๆกำลังดี ถ้าได้โกโก้ร้อนซักหน่อยนี่สุดยอด
ช่วงคริสต์มาส ก็ประดับกันทุกที่
เดินๆไปซักพัก ได้ยินเสียงเบสเล่นอยู่ แบบว่าเท่ๆ ฟังก์กี้นิดๆ เล่นไหลๆเพราะๆ...เจอเฮียคนนี้ เลยขอให้พี่แกเล่นโชว์หน่อย พี่ก็ตบเบสเป็นไฟเลยทีเดียว แต่ยังฟังก์เท่ๆอยู่นะ ชอบมาก เพราะมันเข้ากับสภาพแวดล้อมมากๆ
ไม่เคยคิดว่าเบสจะเข้ากับสภาพแวดล้อมแบบนี้ได้ขนาดนี้ ประทับจิต...
คนพาสุนัขมาเดินเล่นเยอะมาก เห็นเป็นสิบ
บ้านส้ม อยู่ดีๆก็โผล่มากลางซอยที่มีแต่ตึกสีคุมโทน
อันนี้เป็นตึกท้ายถนน คล้ายๆเป็นอเวนิวเล็กๆ ด้านบนจะมีโซนขนมที่เค้าชอบรีวิวกัน ชื่อ Sweet Forest
อันนี้แหละ ขึ้นมาชั้นสองก็เจอเลย
ด้านใน ไดคัทต้นไม้ตกแต่งเหมือนป่าน่ารักๆตามชื่อ เป็นโซนที่รวมร้านขนมต่างๆ ที่คิดว่าคงจะฮิต มารวมฮิตให้เลือกลองกัน ทั้งเค้ก เครป ชูครีม อะไรแบบนี้
แต่ส่วนตัวลงความเห็นกับเอ็มแล้วว่ามันดูเป็น food court ไปยังไงบอกไม่ถูก เลยไม่ได้ลอง 55
เดินออกมาย้อยกลับไปทางหัวถนน จะหาข้าวกลางวันละทีนี้
ร้านอาหารระหว่างทาง น่ารักดี
เจอละ ร้านน่าสนใจ ราคาพอได้ เป็นร้านเล็กๆ มีโต๊ะเล็กๆด้านนอกสองสามโต๊ะ น่ารักดี
แต่เรานั่งด้านในร้าน ส่วนเมนูก็จะเป็นแนวแกงกะหรี่ญี่ปุ่น(มีจัดเป็นเซ็ตอาหารกลางวัน)
หรือไม่ก็แนวอิตาเลียนไปเลย พวกชา กาแฟก็มี เหมาะกับนั่งจิบดูวิวด้านนอกเหมือนกัน
มื้อเที่ยง
ภายในร้าน ออกแนวยุโรป
กินเสร็จก็ออกมาเดินเล่นต่อ
ร้านขายดอกไม้

ง
เดินต่อไปเรื่อยๆ ตอนนี้เอ็มพยายามหาร้านขนมร้านนึงอยู่
ร้านนี้แหละ TOKYO SWEETS FACTORY
ตัวร้านอยู่ชั้นใต้ดิน ต้องเดินลงบันไดไป
ร้านน่ารักดี สวยๆ สบายๆ
สั่งเค้กมากินกัน อย่างอิ่ม
รสชาติใช้ได้ แต่ที่เด่นกว่าคือร้านสวย
วิวเมื่อมองไปทางหน้าต่าง
ท้องอิ่มเรียบร้อย ทีนี้ก็จะไปสถานีต่อไป ก็คือ Naka-Meguro ด้วยการนั่งรถไฟสายเดิมย้อนทางกลับไปแค่นั้นเอง
ไม่นานก็มาถึงเรียบร้อย
ที่นี่มีจุดเด่นก็คือคลองที่ตัดผ่านกลาง สวยมาก เดินออกมาจากสถานีนิดเดียวก็จะได้เห็นเลย
ถ้าเป็นช่วงซากุระ ต้นไม้ที่อยู่ล้อมคลองจะออกดอกบานสะพรั่ง คงสวยน่าดูชม

ระหว่างทางเดินก็จะมีภาพวาดของเด็กๆติดอยู่หลายภาพ คิดว่าแคมเปญรณรงค์รักษาสภาพแวดล้อม
Naka-meguro ไม่ใช่ย่านทันสมัย หรือมีร้านดังหวือหวา แต่เป็นสถานที่เงียบสงบ มีร้านรวงแซมระหว่างที่อยู่อาศัย มีคลองสวยๆ และมีต้นไม้เยอะ คนไม่พลุกพล่าน ถนนสะอาด รวมๆแล้วชอบมาก
ในย่านอันเงียบสงบแบบนี้ ก็ยังมีร้านสักได้อีก งงๆดี
อันนี้ร้านขนมเด็ก คือมีขนมและอาหารสำหรับเด็กเลย มีที่ให้เล่นพร้อม ส่วนร้านสักก็อยู่ติดกับร้านนี้น่ะแหละ
ช่างขัดกันดีแท้~
เดินไปอีกนิดหน่อย ก็จะเจอร้านอีกนิดหน่อย...
ป้ายร้านน่ารักดี
COW BOOKS ขายหนังสือเก่า เท่ๆ ใครเป็นนักสะสมหนังสือนี่ห้ามพลาดเลย ร้านสวยด้วย เล็กๆ แต่มีรายละเอียด
มีของที่ระลึกของทางร้านขายด้วย
คือพอเห็นหลายๆร้านในแถบนี้แล้วนึกสงสัยขึ้นมาว่า อยู่กันได้เหรอ...
ขายของกันตามใจตัวเองสุดๆ มีร้านนึงขายแต่กระดุม ร้านจริงจังเลยนะ ไม่ใช่ไก่กา แต่งร้านสวยๆเดิ้นๆเลย แล้วขายแต่กระดุม เม็ดนึงหลายร้อยด้วย เป็นกระดุมมีดีไซน์ มีชาติตระกูล แล้วแต่ละร้านก็ขายแต่อะไรแบบนี้...เป็นไปได้มั๊ยว่า ประเทศเจริญแล้ว ผู้คนจะข้ามเสตปหาเงินเพื่อปากท้องไปแล้ว และมีเงินมากพอจะใช้จ่ายอย่างอื่นในขั้นต่อไป ทำให้ร้านแบบนี้ในญี่ปุ่นมีเยอะ...

หรืออีกสมมุติฐานนึง ร้านพวกนี้เป็นร้านของคนรวยๆ ขายคนรวยๆ

อันนี้ร้านอะไรไม่รู้ แต่ป้ายน่ารักดี
แยะขยะ
ถ่ายจากอีกฝั่งนึง
งงๆ แต่น่ารักดี
หมดซอยแล้วก็เดินออกมารอบนอกฝั่งถนนใหญ่...
กระป๋องอัดเป็นก้อนเหลี่ยม ดูเป็นระเบียบเรียบร้อย (อันนี้ถ่ายจากหน้าโรงงานอัดเลย)
ลองสัมผัสดูนี่แข็งโป๊ก ชนิดว่าไม่มีช่องว่างให้มันยุบตัวเลย
สรุปแล้ว Jiyugaoka และ Naka-meguro เหมาะกับการเดินเล่นเพลินๆ ไม่คาดหวังร้านดัง ไม่หวังช้อปปิ้ง แต่ชอบบรรยากาศดีๆ ขนมอร่อยๆ ธรรมชาติ ต้นไม้ ดอกไม้ และความเงียบสงบ ทำให้เห็นบางอย่างที่เหมือนจะขาดหายไปในชีวิตของตัวเอง ทำให้เห็นรายละเอียดบางอย่างที่หลงลืมไปแล้วจากชีวิตประจำวันที่เร่งรีบ...ใครมาเที่ยวแล้วพอมีเวลา ขอให้ลองมาเพลินๆกันดู~
เดินเล่นไปอีกซักพัก เวลาก็เริ่มบ่ายแล้ว ไปต่ออีกป้ายนึง Daikanyama นี่เอง
Daikanyama จะไม่เหมือนสองแห่งแรก เพราะจะมีร้านเก๋ เท่ๆ คูลๆ แทรกอยู่เต็มไปหมด แต่แทรกแบบเนียนๆนะ
ไม่โฉ่งฉ่าง อยู่ผสมกับพวกบ้านเรือน สวยงามน่าอยู่น่าเดิน
วิธีการมาก็แสนง่าย ถ้ามาจาก Shibuya ก็แค่นั่งต่อมาอีกสถานีนึงของเส้น Tokyu Toyoko
หรือถ้ามาจาก Naka-meguro ก็แค่นั่งย้อนกลับมาทางฝั่ง Shibuya
มาถึงแล้ว
ร้านสวยๆเริ่มปรากฏให้เห็น
ดิสเพลย์สวยๆ มีให้เห็นตลอดทาง
อันนี้ป้ายร้านตัดผม
Bonjour ร้านซีดีเพลงเท่ๆ เท่าที่ดูส่วนใหญ่จะเป็นเพลงสบายๆ หรือดนตรีอิเล็คทรอนิคซะส่วนมาก
ใครชอบแนวนี้คงอยู่นานหน่อย
เดินต่อมาอีกนิดนึงจะเจอร้าน
Rootote
เป็นแบรนด์กระเป๋าที่เน้นขาย totebag หลากหลายดีไซน์ หลายหลายศิลปินที่มาร่วมแจมหลายโปรเจค
ร้านอะไรไม่รู้ แต่ชอบตัวตึก น่ารักดี
อันนี้เป็นโซนรวมร้านฮิต ร้านเก๋ เคยมาครั้งนึงแต่ข้องใจเล็กน้อยเพราะไม่ได้ขึ้นไปชั้นบน คราวนี้ขอดูหน่อยว่ามีอะไรดี
Mangart by Beams เป็นอีกคอนเซปต์สโตร์ของ Beam (ขึ้นบันใดมาจากช๊อป headporter)
เป็นร้านขายของในสไตล์ Manga โดยศิลปินต่างๆนั่นเอง ก็จะมีเสื้อยืด ของจุ๊กจิ๊ก ของเล่น
ที่ฟินสุดๆคือ เจอ Bearbrick ของ Beams ทั้งสามตัว ที่เอาคาแรคเตอร์ของ Fujio Akatsuka นักเขียนการ์ตูนรุ่นเดอะ
มาพิมพ์บนBearbrick วางขายอยู่3ตัว หลังจากตามหาในebayมาพอสมควร ซึ่งถึงเจอราคาก็สูง แต่อันนี้ราคาเดิมๆเลย สอยมาด่วนๆทั้งสามตัว
Paul x คอนเซปต์ช้อปของ Paul Smith ในสไตล์แคชชวล
ดึกๆจะเปิดไฟแบบนี้ มีหลายก้อนหลายสี
เสร็จสิ้นการเดิน Daikanyama ยังพอมีเวลา เลยกะว่าจะไป Tokyo Tower
เพราะเป็นทางกลับที่พักอยู่แล้ว ไปด้วยการนั่งรถไฟไปลงสถานี Akabanebashi แล้วเดินต่อไปอีกหน่อยก็ถึงแล้ว
ออกมาจากสถานีก็เห็นเลย เดินตามไปเรื่อยๆ
ของจริงอลังการมาก ไม่เคยคิดว่าอยากจะมาเลย แต่พอได้มาเห็นของจริงแล้วความคิดเปลี่ยน
ทางเข้าก็จะมีจุดสวยๆให้ถ่ายรูปกันได้
เด็กๆเพียบ
ไปถึงเคาน์ทเตอร์ซื้อบัตรคนละใบ คนละ 820 yen เพื่อขึ้นลิฟท์ไปยังจุดชมวิว
ขึ้นมาถึงก็จะเป็นหน้าต่างบานใหญ่ๆ สี่ทิศ มีจอ interactive ให้เล่นด้วย จะเป็นการบันทึกด้วยกล้องวิดีโอตั้งแต่เชายันมืด แบบพาโนรามา เจ๋งดี
ยืนดูวิวกัน เพลินทีเดียว
วิวด้านนอกจากหลายๆฝั่ง
สนามบอล
เห็นที่สว่างๆบนพื้นนั่นมั๊ย อันนั้เป็นหน้าต่างมองลงไปด้านล่าง
เสียดายบานเล็กไปหน่อย แต่ถ้าเป็นตอนกลางวันถ้าจะเสียวกว่า
ตอนจะเดินไปลงลิฟท์ เจอวงดนตรีหญิงสามชิ้นมาเล่น รู้สึกคุ้มมากได้ที่ได้ดู unseen มาก (แต่เค้าห้ามถ่ายรูป)
ชื่อวง Modea (ลองหาใน youtube ดู) คาแรคเตอร์ชัดทุกคน ไวโอลินยืนกลางตัวเล็กๆ ผมสีดำสั้น ดูสง่า
มือเปียโน ผมหน้าม้าหวานๆ คิกขุแบบเก๋ๆ เด็ดสุดคือเจ๊มือเพอร์คัสชั่น ผมฟูๆ หน้าตาสวยเลย ดูเป็นผู้นำ ใส่กางเกงขาม้า ตีกลองหลายชิ้น เครื่องดนตรีเพียบ เล่นด้วยท่าทางและสีหน้าแบบว่า โคดสนุกกับการตีกลองอ่ะ ที่สำคัญ วงนี้เพลงเพราะเลย เพราะหยุดยืนฟังไป 6-7เพลงได้ แบบว่าเหมือนโดนสะกด เจ๋งๆ
พื้นยิงโปรเจคเตอร์อินเตอร์แอคทีฟนิดหน่อย ตอนขาออก
นั่งเล่นดูวิวกันไป...
นั่งอยู่นานก็สังเกตุเห็นว่ากลุ่มคนประมาณ 40-50คน แหงนมองอะไรหว่า
เงยหน้าขึ้นไปก็เจอกับการแสดงแสงสีประกอบเพลงของโตเกียวทาวเวอร์
บอกเลยว่าเจ๋งมาก ด้วยขนาดและการจัดคิวของแสงสีนี่เยี่ยมเลย คุ้มไปเลยที่มา
อันนี้เพลงช้าแบบหวานๆ ระหว่างเพลงก็มีแสงสีแบบต่างๆเข้ามาบิ้วท์
ถ้าเพลงเร็วๆก็เป็นแสง วูบวาบเร้าใจกันไป
มาสค๊อต โตเกียวทาวเวอร์ แบบว่าโนคอมเมนท์จริงๆ...

กลับที่พักแวะคอมบินิตามฟอร์ม...
มื้อเย็น
จบวันที่ 5
สรุปค่าใช้จ่ายประจำวัน
etc. 440 yen
lunch 1050 yen
Sweet Factory 710 yen
Mangart Bearbrick 1,600 yen X3pcs.
Tokyo Tower Ticket 820 yen
เติมเงินบัตร Pasmo 1,000 yen
Big Cup Noodle 195 yen
Suntory All Free 147 yen
Total : 9,162 yen
edit @ 10 Jan 2012 21:09:50 by PARINYA